061-446-3698 Line@ : @coach24

9 เทคนิค "นอนหลับ" ให้เพียงพอ

แชร์
9 เทคนิค "นอนหลับ" ให้เพียงพอ

“กรมอนามัย” แนะ 9 เทคนิคช่วย "นอนหลับเพียงพอ" หลับมีคุณภาพ ช่วยร่างกายได้พักผ่อน

   นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า สมาคมการแพทย์เพื่อการนอนหลับโลก ได้กำหนดให้วันศุกร์ในสัปดาห์ที่ 2 เต็มสัปดาห์ของเดือนมีนาคมทุกปี เป็นวันนอนหลับโลก (World Sleep Day) ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 17 มี.ค. 2560 และกำหนดคำขวัญ หลับสนิท ชีวิตมีสุข (Sleep Soundly, Nurture Life) กระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงการนอนหลับและสุขอนามัยการนอนที่ดี เนื่องจากการนอนหลับเป็นช่วงเวลาที่อวัยวะต่างๆ ของร่างกายได้พักผ่อน ระบบหัวใจและไหลเวียนเลือด ไม่ต้องออกแรงมากเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย รวมถึงเป็นช่วงเวลาที่เกิดการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ปรับสมดุลของสารเคมีต่างๆ ตลอดจนเป็นระยะที่สมองทำการเรียบเรียงข้อมูล และจัดเก็บเป็นหมวดหมู่ ทำให้สมองเกิดการจดจำและมีพัฒนาการ หากนอนหลับไม่เพียงพอก็จะก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ส่งผลกระทบต่อระบบประสาท การคิด ความจำ รวมไปถึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุขณะขับรถ และอาจสูญเสียประสิทธิภาพในการทำงานด้วย

นพ.วชิระ กล่าวว่า เทคนิคที่ช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้นนั้น ได้แก่

  1. ออกกำลังกายช่วงเย็นอย่างน้อย 30 นาที หรือ 4-6 ชั่วโมงก่อนนอน 
  2. กินกล้วยหอม เพราะผิวของกล้วยหอมมีฤทธิ์เหมือนยานอนหลับ และมีอะมิโนแอซิดที่เรียกว่า ทริปโตฟาน ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นสารเซโรโทนิน เมื่อกินแล้วจะช่วยคลายเครียด คลายกังวล ทำให้หลับสบาย 
  3. หลีกเลี่ยงอาหารมื้อหนัก อาหารที่มีรสเผ็ด รสจัด หรืออาหารหวานมาก ก่อนเข้านอน 4 ชั่วโมง เพราะร่างกายต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงในการย่อยอาหาร 
  4. หลีกเลี่ยงกาแฟ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือเครื่องดื่มที่กระตุ้นประสาททุกชนิด 4-6 ชั่วโมงก่อนเวลาเข้านอน 
  5. ผ่อนคลายร่างกาย และจิตใจก่อนนอนด้วยการอาบน้ำอุ่น เดินเบาๆ ไปมา หรือการนั่งสมาธิ และไม่ควรทำกิจกรรมที่กระตุ้นร่างกายและสมองไปจนถึงเวลาเข้านอน
  6. จัดระเบียบห้องนอนและกำจัดสิ่งรบกวนด้วยการปิดไฟและอุปกรณ์ เช่น โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ รวมถึงอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ ก่อนนอน แต่บางรายอาจจำเป็นต้องเปิดเพลงเบาๆ เพื่อสร้างบรรยากาศทำให้หลับสบายขึ้น 
  7. เลี่ยงการสูบบุหรี่เพราะจะทำให้หลับยาก ตื่นบ่อย และฝันร้าย เนื่องจากผลของสารนิโคติน 
  8. เข้านอนให้เป็นเวลา ไม่ควรนอนดึกมาก ควรเข้านอนเวลาประมาณ 21.00 - 23.00 น. และปฏิบัติให้เป็นประจำ รวมถึงตื่นนอนให้เป็นเวลาทุกวัน รวมทั้งช่วงวันหยุดด้วย
  9. เข้านอนเมื่อร่างกายพร้อมที่จะนอน คือเมื่อรู้สึกง่วง และไม่ได้อยู่ในภาวะตึงเครียด อย่าพยายามฝืนนอน หากไม่ง่วง

    "การนอนหลับที่เพียงพอสำหรับวัยแรกเกิด (แรกคลอด - 3 เดือน) ควรนอน 14-17 ชั่วโมง วัยทารก (4 เดือน - 1 ปี) ควรนอน 12-15 ชั่วโมง วัยเตาะแตะ (1-2 ปี) ควรนอน 11-14 ชั่วโมง วัยก่อนเข้าเรียน (3-5 ปี) ควรนอน 10-13 ชั่วโมง วัยเข้าโรงเรียน (6-13 ปี) ควรนอน 9-11 ชั่วโมง วัยรุ่น (14- 17 ปี) ควรนอน 8-10 ชั่วโมง วัยผู้ใหญ่ (18-64 ปี) ควรนอน 7-9 ชั่วโมง และวัยผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป) ควรนอน 7 - 8 ชั่วโมง" อธิบดีกรมอนามัย กล่าว


โดย chatchai nokdee
ที่มา : http://www.thaihealth.or.th/Content

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ

น้ำหนักตัวเพิ่มจากน้ำคืออะไร จะหลีกเลี่ยงได้อย่างไร คุณรู้ไหม การเปลี่ยนแปลงง่ายๆ เช่น การกินอาหารบางชนิด ช่วยจัดการน้ำหนักตัวที่เพิ... สุขภาพสุดยอดคุณประโยชน์ผัก-ผลไม้ 5 สี วันนี้คุณและคนที่คุณรักกินผักผลไม้ครบ 5 สีแล้วหรือยัง.ทุกวันนี้เราพยายามกินอาหา... ระวัง ! อาหาร จะทำให้คุณ ขาดน้ำ ผิดเสียแล้วถ้าคุณคิดว่าน้ำอัดลมเย็นๆ จะช่วยดับกระหายในช่วงอากาศร้อนแทบบ้าอย่างน... โปรตีนดีอย่างไร โปรตีนดีอย่างไรเป็นคำเรียก มีส่วนประกอบเป็นกรดอะมิโนเล็กๆ เวลานึกถึงโปรตีนนึกถึง... คุณสมบัติชาเขียว คุณสมบัติชาเขียว 1. ช่วยชดเชยการออกกำลังกายและช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมันส่วนเกิน ... น้ำมันปลา (High quality EPA & DHA) น้ำมันปลา (High quality EPA & DHA)- กรดไขมันไม่อิ่มตัว (PUFA) แหล่งของไขมันท... สารสกัดจากใบโรสแมรี่ สารสกัดจากใบโรสแมรี่ พบมากในอเมริกาเหนือ ใบมีประโยชน์มาก ใบมีสารเคมีในกลุ่มของฟี...